Testing Noodles Pathumthani

9/1/54

ไหมซ่า แฟรนไชส์สายไหม อร่อยล้ำ!

ขนมสายไหม(Cotton Candy) ,ไหมสวรรค์ หรือขนมปุยฝ้าย แล้วแต่ผู้บริโภคจะสรรหามาเรียก เป็นสินค้าที่บริโภคได้ทุกวัย และชื่นชอบเป็นพิเศษสำหรับเด็กและวัยรุ่น บริโภคได้ทุกโอกาส จึงเป็นที่นิยมของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมายาวนาน ทั้งนี้ผู้บริหารคิดค้นรสชาติ แปลกใหม่สำหรับวงการทำสายไหม หลากรสหวาน,เย็นซ่า,เปรี้ยวนิด ๆ และหอมนุ่มละมุน เป็นธุรกิจที่ไร้คู่แข่ง เพราะเป็นเจ้าแรก รสชาติไม่เหมือนใคร สะอาดถูกหลักอนามัยรับรองคุณภาพ.. สูตรหวานน้อย ~ แคลอรี่ต่ำ รวมทั้งยังออกแบบบูธ คีออสโดดเด่น ทันสมัยสไตล์เกาหลี

“วัตถุดิบ” หัวใจสำคัญของความอร่อย เคล็ดลับในการคัดเลือกวัตถุดิบมาผลิตนั้น เกิดจากการสั่งสมประสบการณ์มานาน ผ่านการลองผิดลองถูกมาจนกระทั่งทราบว่าวัตถุดิบแต่ละชนิด แต่ละเกรด มีความแตกต่างกันอย่างไร โดยที่เราจัดส่งวัตถุดิบ “ผงปั่นสายไหม” ถึงท่าน รวมถึงการอบรมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับ เทคนิคการปั่น เทคนิคการขาย ง่าย ไม่ยุ่งยาก ผู้หญิงคนเดียวก็สามารถทำได้ เพียงคุณมีสถานที่อย่างเดียวก็สามารถขายได้ทันที เพราะอุปกรณ์ทุกอย่างเราจัดเตรียมให้ครบ..หากคุณมั่นใจเราจะก้าวไปด้วยกัน
ลักษณะกิจการ ร้านขายไหมสวรรค์, ขนมปุยฝ้าย
ชื่อธุรกิจ (ไทย) ไหมซ่า
ชื่อธุรกิจ (อังกฤษ) MaiZaa
ความเป็นมา
เริ่มต้นจากการที่ผู้บริหาร เห็นว่าไม่มีขนมสายไหม~ไหม สวรรค์ ปั่นๆ สด ๆ รสชาติอร่อยๆ มีบ้างบางคนทำขายตามตลาดนัดเปิดท้ายหลากหลายรส แต่เมื่อซื้อมากินจริง ๆ ก็มีเพียงรสหวานและกลิ่นเท่านั้น ขนมสายไหม~ไหม สวรรค์(ไหมซ่า)ได้มีการคิดค้น พัฒนาสูตรอย่างต่อเนื่อง ให้มีรสชาติที่หลากหลาย หลากรสหวาน,เย็นซ่าา,เปรี้ยวนิด ๆ และหอมนุ่มละมุน เป็นที่นิยมของคนทั่วโลก หลังจากปรับเปลี่ยนสูตรให้รสชาติถูกปากผู้บริโภคคนไทย โดยวัตถุดิบสำคัญคัดเกรดที่ดีเท่านั้น
ขณะเดียวกันยังได้ออกแบบบูธ คีออส ให้มีจุดเด่นน่าสนใจในสไตล์เกาหลี
ลักษณะสินค้าและบริการ
สายไหมซ่า…ปั่นๆ สดๆ ไม้ต่อไม้ มีรสชาติให้เลือกมากมาย ที่เป็นที่นิยม : รสน้ำผึ้งผสมมะนาว,รสแอบเปิ้ล,รสโคล่า,รสเมนทอล-มิ้นต์,รสมะขาม,รสแบล็คเคอร์เร้นท์,รสส้ม,รสสตอเบอร์รี่ : หวาน เปรี้ยว เย็นซ่า…..หอมเหนียวนุ่ม  เหมาะสำหรับผู้บริโภคทุกวัย
นอกจากจะจำหน่ายไหมซ่าแล้ว ยังมี POP Zaa Rainbow อมยิ้มแฟนซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 2-6 นิ้วและเร็วๆนี้จะมีลูกอมแปลกๆรสชาติใหม่ๆ ออกมาจำหน่ายอีกอย่างต่อเนื่อง
นโยบายการขยายสาขา
ขายแฟรนไชส์ ไม่เก็บส่วนแบ่งยอดขาย…..ฟรี ! ไม่เก็บค่าแฟรนไชส์รายปี เมื่อผู้ประกอบการตัดสินใจทำสัญญา ภายใน 31 มกราคม 2554 เท่านั้น…
การลงทุน
รูปแบบการลงทุน แบบประหยัด : 13,000 บาท
1.เครื่องปั่นสายไหม  1  เครื่อง ประสิทธิภาพเครื่อง ดีกว่าเดิม 300%  MoDiFy BY “ไหมซ่า”
2.ก้านปั่นสายไหมซ่า  500  ก้าน
3.ผงปั่น สายไหมซ่า 8  กิโลกรัม (ราคา 120 บาท / กิโลกรัม)
4.อุปกรณ์เสริม~อะไหล่เครื่องทำสายไหม  1  ชุด
5.อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องปั่นสายไหมซ่า    1  ชุด
รูปแบบการลงทุน พร้อมบูธ คีออส ไหมซ่า : 39,900 บาท
1.บูธ คีออส ไหมซ่า  1  ชุด
2.เครื่องปั่นสายไหม  1  เครื่อง ประสิทธิภาพเครื่อง ดีกว่าเดิม 300%  MoDiFy BY “ไหมซ่า”
3.โหลบรรจุ ( LOCK & LOCK ) ผงปั่นสายไหมซ่าพร้อมช้อนตวง  8  ชุด
4.ก้านปั่นสายไหมซ่า  1,000  ก้าน
5.ผงปั่นสายไหมซ่า  10  กิโลกรัม (ราคา 120 บาท / กิโลกรัม)
6.อุปกรณ์เสริม~อะไหล่เครื่องทำสายไหม  1  ชุด
7.อุปกรณ์ทำความสะอาด เครื่องปั่นสายไหมซ่า    1  ชุด
ผู้ลงทุนหรือแฟรนไชส์ซี่ สามารถประกอบอาชีพได้ทันที .. !!
ประมาณยอดขาย ~ กำไร ต่อ 1 กิโลกรัม

5/1/54

แฟรนไชส์ ผัดไทยบ้านทางเกวียน

โทร.08-1420-8699 www.padthaibaanthangkwien.th.com
“ผัดไทยบ้านทางเกวียน” แฟรนไชส์ของคนไทยแท้ เจ้าของร้านคือ คุณพศวัต ไชยาพรพรรณ
ผู้ชายคนนี้ใช่จะประสบความสำเร็จกับธุรกิจตั้งแต่แรกเริ่มของการทำงาน เพราะก่อนหน้านี้เมื่อเกือบ 7 ปีก่อน ลงทุนไปกับธุรกิจอุตสาหกรรมรถยนต์แต่ไม่ราบรื่น จึงหันมาทำธุรกิจอาหารแทน

ไว้ว่าต้องเป็นอาหารพื้นบ้าน บวกกับความชอบกินก๋วยเตี๋ยวผัดปู จึงปิ๊งไอเดียคิดค้นสูตรผัดไทยขึ้นมา โดยมีผู้ช่วยคือภรรยาซึ่งมีฝีมือเรื่องการทำอาหาร
จากผัดไทยธรรมดาก็กลายมาเป็นผัดไทยบ้านทางเกวียน สูตรดั้งเดิมของตำบลบ้านทางเกวียน จังหวัดระยอง บ้านเกิดของเขาเอง
เมนูจานนี้ต้องใช้เฉพาะเส้นจันท์แท้ เพราะให้ความเหนียวนุ่มเหมือนกินข้าว ต่างกับก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กที่ร้านผัดไทยทั่วไปขาย และสำคัญต้องใช้น้ำพริกมะขามเป็นตัวชูโรง
แค่นี้ก็ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผัดไทยจานนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ได้รับการจดสิทธิบัตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และสามารถขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ได้อีกด้วย
ความอร่อยที่ว่านี้การันตีด้วยประกาศนีย์บัตรเชลล์ชวนชิม จากหม่อมราชวงศ์ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ เมื่อปี พ.ศ. 2551

เห็นวิธีการทำแล้วไม่ยาก เริ่มต้นด้วยการนำเส้นจันท์ลงกระทะ ผัดกับน้ำพริกมะขาม น้ำมันพืช ใส่กุ้งสุด พอเส้นนุ่ม ใส่ถั่วงอก ใบกุยช่าย เต้าหู้ กุ้งแห้ง ถั่วลิสงป่น และไข่ไก่
ตอนนี้มีแฟรนไชซีแล้วเกือบ 20 ราย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สาขาล่าสุดที่เปิดกลางเดือนธันวาคม อยู่แถวนวมินทร์ เป็นช็อปใหญ่ ผ่านไปแวะไปชิมความอร่อยกันได้ ส่วนสาขาของคุณพศวัตมีอยู่แห่งเดียวที่ระยอง เล็ง ๆ ไว้เหมือนกันว่าจะเปิดเพิ่มอีกในกรุงเทพฯ
โมเดลการขายแฟรนไชส์แบ่งเป็นสองรูปแบบ คือ มีหน้าร้านอยู่แล้วไม่ต้องการรถเข็น เริ่มต้นธุรกิจเพียง 8,000 บาท ได้รับป้ายหน้าร้าน ป้ายด้านบน ป้าย
ผัดไทยดีเด่น โถวัตถุดิบ และอุปกรณ์พร้อมขาย
อีกรูปแบบคือต้องการรถเข็นด้วย ราคา 39,000 บาท เฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้รับโต๊ะ 2 ชุด เครื่องครัว อุปกรณ์พร้อมขาย ถ้าส่งไปต่างจังหวัดจ่ายเพิ่มเป็น 45,000 บาท
เมนูที่ขายมีสองเมนู ผัดไทยกับข้าวผัดปู จะขายทั้งสองเมนูหรืออยากเลือกแค่ผัดไทยก็ได้ แต่คุณพศวัตแนะนำว่าควรขายคู่ทั้งสองเมนูจะดีกว่า  สำหรับสูตรนั้นทีมงานไปสอนให้ถึงที่สองวัน ขายไปขายมาถ้าขายดีอาจเพิ่มเมนูก๋วยเตี๋ยวต้มยำหรือหอยทอดพ่วงไปด้วยก็ได้
ราคาขายขึ้นอยู่กับทำเล ผัดไทยธรรมดา 25 บาท ใส่กุ้งสด 35 บาท ต้นทุนและวัตถุดิบไม่รวมค่าแรงงาน ค่าเช่าที่ ประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารของแต่ละคน
เนื่องจากหัวใจของผัดไทยแบรนด์นี้อยู่ที่เส้นกับน้ำซอส แฟรนไชซีจำเป็นต้องซื้อวัตถุดิบสองชนิดนี้กับทาง “ผัดไทยบ้านทางเกวียน” จำหน่ายซอสกิโลกรัมละ 50 บาท เส้นจันท์มีขนาดเดียว 500 กรัม ราคา 30 บาท อยู่กรุงเทพฯ สั่งขั้นต่ำ 3,000 บาท ส่งให้ฟรี และ 5,000 บาท กรณีสั่งจากต่างจังหวัด

ตั้งใจ อย่าเพิ่งมองว่าลงทุนแค่ 8,000 บาท จะบริหารอย่างไรก็ได้ คัมภีร์ความสำเร็จมีอยู่ เจ้าของแฟรนไชส์แนะนำว่าต้องมีความมุ่งมั่น ตั้งใจ และใส่จิตวิญญาณ รับฟังคำแนะนำรับรองว่ารวยไม่ยาก
ติดต่อ “ผัดไทยเส้นจันท์บ้านทางเกวียน”  คุณพศวัต ไชยาพรพรรณ โทร.08-1420-8699 www.padthaibaanthangkwien.th.com
E-mail:Baanthangkwien@hotmail.com, tuw77@hotmail.com

4/1/54

Lhaai สินค้าพรีเมี่ยมขายไอเดีย


Lhaai สินค้า Premium แบรนด์น้องใหม่ไอเดียสร้างสรรค์ของ “อัครชัย โอบนิธิชยากร” Managing Director Rabbit on The Moon นักธุรกิจมากความสามารถที่มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจด้าน wedding cards มานานหลายปี
อัครชัย โอบนิธิชยากร
“ด้วยความที่เราทำเป็น Niche Market มาตั้งแต่ต้น เริ่มจาก wedding cards ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก โดยเน้นทำงาน handmade แล้วคิดงานใหม่ ๆ ขึ้นมานำเสนอลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ความที่เสียดายทักษะที่สร้างงานขึ้นมาในเรื่องของ Quality หรือ Gimmick ในการผลิตงานต่าง ๆ เลยคิดว่าน่าจะขยับขยายในเรื่องของไลน์ธุรกิจออกไปได้อีก
สิ่งที่มองต่อมาคือ เรื่องของ Stationery เป็นหลัก ซึ่งเมืองไทยยังมีน้อย และถือว่าเป็นตัวเลือกอีกกลุ่มของงาน Handmade ที่กลุ่มไฮเอนด์อยากจะได้งานที่มีความละเอียด มีความพิถีพิถัน และมีคุณภาพสูง จึงพยายามหาขอบเขตของงานตรงนี้ พร้อมกับหาตลาด โดยอิงคอนเซ็ปเดิม ที่เน้นความตั้งใจในการทำงาน ผลิตชิ้นงานที่มีความพิถีพิถัน พร้อมกับ Item ใหม่ ๆ ขึ้นมา”
Lhaai by Rabbit on The Moon มีสินค้าให้เลือกมากมายหลายแบบ อาทิ Stationery Cards, Thank You Card, Memo, Diary ,Gift and Premium, packaging และซองต่างๆ สนนราคาจำหน่ายหากเป็นสมุดโน๊ตจะเริ่มต้นที่ 50 บาท สินค้าทุกชิ้นเป็นงานที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเครื่องจักและความเป็น Handmade”
กลุ่มลูกค้าเป้าหมายนั้นคุณอัครชัยบอกว่า “ตอนนี้ยังมองเป็นกลุ่มไอเอนด์อยู่ ด้วยมาตรฐานและวิธีการทำงานที่เรามีความตั้งใจสูงมาก เพื่อให้ได้งานสวย ๆ ออกมาเกิน 100% อย่างที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้ แม้แต่สมุดโน้ตเล็ก ๆ ก็ยังมี Handmade สอดใส่เข้าไป ใช้วัสดุที่ดีโดยที่ไม่ได้นึกถึงต้นทุน ขอแค่ให้งานจะออกมาสวยสุด ฉะนั้น กลุ่มลูกค้าจะเป็นคนที่อยากได้งานดี ๆ ซึ่งราคาอาจจะสูงกว่าตลาดนิดหน่อย”
แนวคิดในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ หนุ่มนักครีเอทีฟเล่าว่า “Inspiration ส่วนใหญ่จะได้มาจากสิ่งรอบ ๆ ตัว เป็นเทคนิคที่คิดขึ้นมาจากสิ่งรอบข้าง เวลาจะสร้างงาน Handmade ขึ้นมาสักอย่างก็จะใช้การผสมผสานเพื่อที่จะได้ Inspiration เพิ่มขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่จะได้จากแฟชั่นต่าง ๆ ที่เห็นกันอยู่รอบ ๆ ตัว”
สำหรับคนที่สินค้าแบรนด์ Lhaai by Rabbit on The Moon คุณอัครชัยบอกว่า “โดยหลักแล้วต้องเริ่มจาก volumes ก่อน ประการต่อมาอาจต้องดูว่าจะนำไปขายให้ใคร และที่สำคัญคือ ผู้ที่จะรับสินค้าไปขายต้องเข้าใจในตัว products ด้วย
เนื่องจาก Lhaii จะมีความโดดเด่นที่เป็นงานผสมผสานระหว่างเรื่องของเทคนิคที่โดยปกติตลาดจะไม่ค่อยกล้าใช้วัสดุที่นำมาซัพพอร์ตเทคนิคนั้น แต่เราไม่ได้สนใจ เพราะต้องการให้ชิ้นงานออกมาดู Premium ในทุกมิติ”
สุดท้ายคุณอัครชัยฝากข้อคิดในการทำธุรกิจไว้ว่า “พยายามทำในสิ่งที่ตัวเราถนัดและทำในงานที่เรารักเป็น Inspiration เบื้องต้นก่อน เพราะจะทำให้เราทำงานนั้นได้ดีที่สุด มากกว่างานที่เรายังไม่เคยทำแล้วต้องไปลองถูกลองผิด อย่างน้อย ๆ งานที่เรารักก็จะทำให้เรามีกำลังใจ ยิ่งทำแล้วออกมาดีเราก็จะสามารถต่อยอดปได้ง่ายกว่า”
สนใจสินค้า Lhaai by Rabbit on The Moon สามารถติดต่อได้ที่ คุณอัครชัย โอบนิธิชยากร Managing Director Lhaai by Rabbit on The Moon 71 ราธิวาสราชนักครินทร์ 10 สาทร กรุงเทพฯ 10120 โทร.0-2676-2307 หรือ www.lhaai.com

3/1/54

Hobby Craft งานนี้สำหรับคนมีฝีมือ


สอบถามการสมัครเป็นสมาชิกค้าส่ง www.artechhobbycraft.com โทร.08-2164-4064 ทุกวัน (09.00-18.00 น.)
เรื่องเย็บปักถักร้อยต้องยกให้คนมีใจรัก ส่วนพรสวรรค์เป็นเรื่องรอง เพราะฝึกสอนกันได้
อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นแค่งานอดิเรก แอบทำในเวลางาน เอ๊ย! ทำในเวลาว่างไปวัน ๆ เท่านั้น ถ้าฝีมือดี ทำจริงจังก็มีรายได้ไม่ใช่เล่น ฝากขายบ้าง ขายผ่านเว็บไซต์บ้าง บางรายลาออกจากงาน เลือกเป็นงานประจำมีเช่นกัน
อุปกรณ์การฝีมือยี่ห้อดังเป็นที่รู้จักต้องยกให้ PINN Shop (ภิญญ์ ช็อป) ก่อตั้งมานานกว่า 20 ปี มีทั้งเว็บไซต์ และ Outlet จำหน่ายสินค้าและสอนการฝีมือในห้างสรรพสินค้ามากกว่า 35 สาขาทั่วประเทศ เข้าไปศึกษาวิธีทำงานฝีมือรูปแบบต่าง ๆ ได้จากเว็บไซต์ www.pinn.co.th
ใครที่คลุกคลีอยู่กับ งานฝีมือ อยากพัฒนาให้เป็นธุรกิจ ถือเป็นช่องทางที่มีความเป็นไปได้ เนื่องจากบริษัท อาร์เทค ฮอบบี้ คราฟท์ จำกัด (AHC) ในเครือ PINN Shop สร้างทางเลือกในการลงทุนในรูปแบบค้าส่งอุปกรณ์การฝีมือผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
เริ่มต้นด้วยการเข้าไปสมัครลงทะเบียนเป็นสมาชิกในเว็บไซต์www.artechhobbycraft.com และคลิกสมัครสมาชิกค้าส่ง แค่นี้ก็เริ่มสั่งซื้อสินค้าได้
วิธีนี้ไม่มีเงื่อนไขการลงทุนเริ่มต้น หรือค่ารอยัลตี้ แต่ต้องมียอดสั่งซื้อสินค้าขั้นต่ำ 2,000 บาทต่อครั้ง ไม่คิดค่าขนส่งทั่วประเทศ
หมวดสินค้าที่จำหน่าย เช่น ไหมปัก DMC จากฝรั่งเศส ไหมพรมแฟนซี ไม้นิต ลูกปัดแก้วจากญี่ปุ่น กระดุมงานคราฟท์จากอเมริกา ริบบิ้น และอุปกรณ์ครบถ้วนสำหรับงานเย็บ
สิทธิประโยชน์ที่สมาชิกค้าส่งได้รับคือ ส่วนลดขั้นต้น 25-40% จากราคาขายปลีก ส่วนลดท้ายบิลเมื่อซื้อสินค้าเป็นมูลค่ารวมถึงเป้า 5-10% เมื่อสะสมยอดซื้อรายเดือนจะได้รับคืนกำไรเป็นเงินสด 10-20%
ลูกค้าที่ซื้อสินค้าจากร้านของคุณ สามารถนำวัสดุอุปกรณ์ไปใช้บริการที่ PINN Shop ได้ทุกสาขาด้วย
ช่วงหนาวนี้มีเสื้อไหมพรมสักตัวหรือผ้าพันคอสักผืน เป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก ช่วยให้คนรับได้อุ่นกายอุ่นใจ อาร์เทค ฮอบบี้ คราฟท์ จึงได้แนะนำสินค้าขายง่ายสำหรับการถักนิตติ้ง เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของกิจการด้วยเงินลงทุน 2,500 บาท ได้แก่ ไหมพรมแฟชั่น อุปกรณ์การถักนิตติ้ง และหนังสือแบบถักนิตติ้ง
สอบถามการสมัครเป็นสมาชิกค้าส่ง www.artechhobbycraft.com โทร.08-2164-4064 ทุกวัน (09.00-18.00 น.) หรือขอคำแนะนำด้านการลงทุนที่ Pinn Shop สาขารัชดา (อาคารวีออฟฟิศ) โทร.0-2541-5450-51 ติดต่อคุณแตน แผนกค้าส่ง

2/1/54

ยูเชน เน็คไท…ผลิตสินค้ามีดีไซน์ เรียบหรู มีสไตล์ ไม่ตกเทรนด์


ความนิยมในการผูกเน็คไทสมัยนี้ ส่วนใหญ่มิได้ผูกเน็คไทเพื่อความหรูหรา หรือเพื่อความสุภาพเพียงอย่างเดียว แต่เน็คไทได้กลายเป็นแฟชั่นหรือเครื่องประดับชิ้นสำคัญ ในการแต่งเติมความเก๋ไก๋ให้กับเครื่องแต่งกายของสุภาพบุรุษไปโดยปริยาย
บริษัท ยูเชน เน็คไท จำกัด เป็นโรงงานผู้ผลิตและออกแบบเน็คไทที่เปิดดำเนินกิจการมายาวนานหลายสิบปี ที่รับทั้งงานพิมพ์ ทอลาย ปัก สกรีน ผ้าพันคอ โบว์ เครื่องหมาย พร้อมโลโก้ของบริษัท หน่วยงาน องค์กร โรงเรียน และทุกสถาบัน โดยมีเนื้อผ้าให้เลือกมากมายและหลากหลายรูปแบบ
ปัจจุบัน ยูเชน เน็คไท บริหารงานโดย “คุณจรัญยิตซิงห์ เศรษฐี” ซึ่งท่านได้เล่าให้ฟังถึงการดำเนินธุรกิจของทางบริษัทตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันว่า
“เดิมทีเป็นธุรกิจของพี่ชาย สมัยก่อนพี่ชายทำงานบริษัทต้องแต่งตัวและผูกเน็คไท แต่พอจะซื้อเน็คไทมาผูกเส้นหนึ่งก็แพง เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าน่าจะซื้อผ้ามาตัดทำเน็คไทใส่เอง ประกอบกับคุณแม่เป็นช่างเย็บผ้าอยู่แล้วก็เลยลองตัดเย็บดู
หลังจากนั้นก็ผูกเน็คไทที่ทำขึ้นเองไปทำงาน พอเพื่อน ๆ เห็นก็เกิดความชอบในรูปแบบและลวดลายเพราะมีสีสันสวยงามและแปลกตา ตอนหลังเพื่อน ๆ ก็เริ่มสั่งซื้อ พอดีตอนนั้นพี่ชายอายุ 19 ปีพอดี เลยตัดสินใจทำเน็คไทขายในราคาเส้นละ 19 บาท
จากนั้นก็เริ่มทำไปขายตามงานวัดบ้าง งานโฮมโชว์บ้าง แบ่งให้น้อง ๆ ไปขายหน้าธนาคาร หรือฝากขายตามสหกรณ์บ้าง พอเรียนจบพี่ชายก็ไปทำงานอย่างอื่น แล้วยกธุรกิจเน็คไทให้ผมดูแลแทน”
จากวันวานจนถึงวันนี้ ยูเชน เน็คไท ผลิตและจำหน่ายเน็คไทมาเป็นระยะเวลาร่วม 30 ปี ผ่านช่วงเวลาล้มลุกคลุกคลานมาเป็นระยะ จวบจนปัจจุบันมีหน้าร้านเป็นของตนเองอยู่แถวประตูน้ำ
“ช่วงแรกที่ทำยังไม่มีร้านเป็นของตัวเอง ต้องวิ่งเต้นขายตามร้านสหกรณ์ นั่งรถสองแถวจากสนามหลวงไปขายแถวเกษตร ทำมาเรื่อย ๆ จนสุดท้ายไปฝากขายที่ประตูน้ำซึ่งขายดีมากตอนนั้น จนตอนหลังเพื่อนก็ยกร้านที่ประตูน้ำให้เปิดขายแบบถาวร
ที่บริษัทจะผลิตและจำหน่ายเน็คไททั้งปลีกและส่ง โดยมีลวดลายให้เลือกมากมายหลากหลายรูปแบบ มี ทั้งแบบเส้นเล็กและเส้นใหญ่ แบบกว้างและแบบยาว มีลายและไม่มีลาย เป็นแบบรียบ ๆ ก็มี ทำจากผ้าใยสังเคราะห์หรือผ้าไหม ส่วนใหญ่จะออกแบบตามแฟชั่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งกลุ่มลูกค้าของเราจะมีทุกประเภททั้งคนไทยและชาวต่างชาติ
จุดเด่นของสินค้าเราคือ ความละเอียดในการตัดเย็บ ทั้งยังมีรูปแบบที่ทันสมัย ตามแฟชั่น ประกอบกับเน็คไทของทางบริษัททุกเส้นใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ลูกค้าสามารถเลือกแบบและสีสันได้ตามความต้องการ เพราะเรามีให้เลือกมากมาย สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ในจำนวนมาก
สำหรับเทรนด์แฟชั่นเน็คไทที่กำลังเป็นที่นิยม ณ เวลานี้คงเป็นเน็คไทเส้นเล็ก หัวตัดและหัวแหลม ขนาดประมาณนิ้วครึ่ง มีทั้งลวดลายแบบริ้ว ลายเฉลียงและลายจุด ซึ่งแนวคิดในการผลิตเน็คไทเราจะตามกระแสแฟชั่นส่วนใหญ่ ไอเดียส่วนใหญ่จะได้มาจากการดูหนัง ดูศิลปิน นักร้อง นักแสดงเป็นหลัก”
สุดท้ายคุณจรัญได้ฝากข้อคิดในการทำธุรกิจไว้ว่า “ตัวผมเองเคยทำธุรกิจล้มเหลวมาหลายครั้ง เคยมีหนี้สินมากมายหลายสิบล้าน แต่ไม่เคยยอมแพ้ จะลุกขึ้นสู้ตลอด ฉะนั้น สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือ ต้องอดทนและไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค รู้จักเก็บออม ถ้าเป็นหนี้ต้องใช้ไม่ใช่หนีปัญหา”
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการเยี่ยมชมสินค้าของทางบริษัท ยูเชน เน็คไท จำกัด สามารถติดต่อไปได้ที่ช้อป U CHANE NECKTIE (ยูเชน เน็คไท) ตลาดอินทรา ซอย 10 ประตูน้ำ ตรงข้ามใบหยก 1 โทร.0-2656-3689 หรือ 085-990-2345
สำนักงานใหญ่ 223/84-85 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทร.0-2412-2434 Fax:0-2412-8735 E-mail:hussermaidee@hotmail.com,uchaneneckties@hotmail.com

1/1/54

“SIGNORINA”ห้องนอนตุ๊กตา รับเทรนด์น้องบลายธ์ฟีเวอร์

หลังจากที่กระแสความนิยมในตุ๊กตาต่างประเทศ ตั้งแต่บาร์บี้ มาจนถึง ตุ๊กตาบลายธ์ ในวันนี้ อาจจะทำให้เราต้องเสียดุลการค้า เพื่อนำเข้าเจ้าตุ๊กตาเหล่านี้ เป็นเงินจำนวนไม่น้อย และคงจะถึงเวลาที่ผู้ประกอบการไทย จะได้มีโอกาสหาประโยชน์จากความนิยมตรงนี้ สร้างรายได้เข้าประเทศได้บ้าง
สำหรับมินิโมเดล ในชุด ห้องนอน เตียงนอน และเฟอร์นิเจอร์ตัวเล็ก ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจคนที่ชอบสรรหาของใช้ให้กับเจ้าตุ๊กตาตัวโปรด ภายใต้แบรนด์ มีชื่อว่า SIGNORINA ของบริษัท Hipmaker จำกัด เป็นผลงานการออกแบบของนักออกแบบและช่างเฟอร์นิเจอร์คนไทย ที่ทำงานชิ้นนี้ขึ้นมาเพื่อรองรับความแรงสุดของน้องบลายธ์

เฟอร์นิเจอร์จิ๋ว ต้นแบบเพื่อสั่งทำของจริง
นางสาวพิตะวัน ละออศรี ผู้ประสานงานด้านการตลาด เล่าว่า ในส่วนของ SIGNORINA เป็นแบรนด์น้องใหม่ ที่บริษัทเพิ่งนำมาเปิดตัวครั้งแรกในงานบ้านและสวน ที่จัดขึ้นครั้งล่าสุด (ปี 2552) จุดประสงค์ของการทำมินิโมเดล ชุดห้องนอน และเฟอร์นิเจอร์ของตุ๊กตาในครั้งนี้ มาจากทางบริษัท ต้องการทำโมเดลเพื่อเป็นต้นแบบให้ลูกค้าได้ดูเพื่อเป็นตัวอย่างในการสั่งทำของจริง และเพื่อขายให้กับลูกค้าต้องการซื้อเพื่อนำไปเป็นห้องนอนให้กับตุ๊กตา
ชุดครัวต้นแบบเพื่อสั่งทำของจริง
โดยมีแบบให้ลูกค้าได้เลือกทั้งหมด 7 แบบ เป็นแบบที่จำลองมาจาก ห้องนอน ของเด็กสาวในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเน้นการจัดเตียงนอน หรือ ห้องนอนในพื้นที่จำกัด เพราะในประเทศญี่ปุ่น อสังหาริมทรัพย์ราคาแพงมาก บ้านแต่ละหลังจะมีพื้นที่ที่มีจำกัด การออกแบบที่นอน จึงเน้นพื้นที่ใช้สอยทุกตารางนิ้ว ซึ่งปัจจุบันในกรุงเทพฯมีลักษณะคล้ายคลึงกับประเทศญี่ปุ่น บ้านแต่ละหลังจะมีพื้นที่น้อยลง การออกแบบห้องนอนให้กับลูกๆ จึงต้องออกแบบโดยใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรให้เกิดประโยชน์ที่สุด เราจึงจำลองแบบมินิโมเดลห้องนอนในแบบดังกล่าวออกมา

ชุดมินิโมเดลห้องนอนมีทั้งหมด 7 แบบ
“ที่ผ่านมาเจ้านายได้เดินทางไปญี่ปุ่น เพื่อดูแบบดีไซน์เฟอร์นิเจอร์ และการออกแบบตกแต่งภายใน และได้เห็นว่ารูปแบบการจัดห้องนอน ของเด็กสาวในประเทศญี่ปุ่น มีแบบอย่างที่น่าสนใจ และดีไซน์ ที่เป็นโลกส่วนตัวจริง เพราะเด็กสาว พอเริ่มเข้าวัยสาว ทุกคนมักจะชอบที่จะมีห้องนอนที่เป็นโลกส่วนตัว การจัดห้องนอนก็จะต้องมีดีไซน์ที่ทันสมัย และจะต้องใช้พื้นที่ที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด”
การที่เราออกแบรนด์ SIGNORINA เป็นการทำการค้าในแบบที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว คือ ได้เป็นแบบมินิโมเดลให้ลูกค้าได้เลือก และรองรับความต้องการของตลาดในกลุ่มของเล่นตุ๊กตา ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะในปัจจุบัน คนที่ชื่นชอบและหลงเสน่ห์ เจ้าตุ๊กตาบลายธ์ มีเพิ่มขึ้นทุกวัน และอุปกรณ์เสริมเหล่านี้ถ้าเป็นของแท้ ราคาสูงมาก ตามราคาตุ๊กตา ซึ่งคนที่ชื่นชอบ ก็ยินดีที่จะจ่าย เพื่อซื้อของเหล่านี้ให้กับตุ๊กตาของตัวเอง
นางสาวพิตะวัน ละออศรี ผู้ประสานงานด้านการตลาด
ในขณะที่สินค้าของเรา ได้ออกแบบและดีไซน์ โดยอาศัยช่างทำเฟอร์นิเจอร์จริง ทุกอย่างทำออกมาจำลองเหมือนของจริงแบบ 100% แต่ย่อขนาดลงมาประมาณ 5 เท่า เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการสั่งทำเพื่อนำไปใช้งานจริง ดังนั้นทุกขั้นตอนการผลิตต้องออกมาให้เหมือนของจริงมากที่สุด ผลงานที่ออกมาจึงได้รับความสนใจจากคนที่ต้องการหาสิ่งเหล่านี้ให้กับตุ๊กตาตัวโปรด ส่วนราคาจะถูกกว่าของแท้เจ้าของลิขสิทธิ์ที่ทำออกมาหลายเท่าตัว โดยราคาเริ่มต้นที่ 2,500บาท ถึง 3,500 บาท ในขณะที่ลิขสิทธิ์ของแท้ราคาเป็นหลักหมื่นบาท แต่รูปแบบของเราจะเป็นแบบที่เราดีไซน์ขึ้นมาเอง โดยไม่ได้อิงกับรูปแบบเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่อย่างใด
ทั้งนี้ รูปแบบของสินค้าจะดูความต้องการของลูกค้าเป็นหลักด้วย ทางบริษัทสามารถออกแบบตามแบบที่ลูกค้าสั่งทำได้ เพราะเป็นงานทำมือ สามารถทำชิ้นเดียวได้ และเราไม่ได้มีบล็อกแต่อย่างใด ดังนั้น รูปแบบของเราจึงปรับเปลี่ยนไปได้เรื่อย ทำให้มีแบบใหม่ให้ลูกค้าได้เลือกตลอดเวลา และได้แบบที่ไม่ซ้ำกัน และการทำมินิโมเดลช่วยให้การออกบูทในงานแสดงสินค้าใช้พื้นที่ไม่ต้องมากได้ ลดค่าใช้จ่ายในการออกงานแสดงสินค้าลงมามาก

แต่งตัวตุ๊กตาหมี รับเทศกาลคริสต์มาส


ตุ๊กตาซานตาครอส และตุ๊กตาหิมะ
คริสต์มาสเทศกาลส่งความสุข ที่มีสัญลักษณ์ เช่น ซานตาครอส กวางเรนเดียร์ ต้นคริสต์มาส นางฟ้า ตุ๊กตาหิมะ รวมถึงของตกแต่งต้นคริสต์มาส และสีแดง ฯลฯ ของขวัญวันคริสต์มาสที่ซื้อไปมอบให้กัน หรือ ซื้อเพื่อนำไปเฉลิมฉลองในวันดังกล่าว คงจะไม่พ้นรูปแบบที่กล่าวมาข้างต้น
ตุ๊กตาหมี ซานตาครอส
สำหรับคนที่รักและชื่นชอบตุ๊กตาหมี ทางบริษัท ลัสซีเนีย จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาและของแต่งบ้าน ซึ่งในช่วงเทศกาลคริสต์มาสในปีนี้ ได้ออกแบบตุ๊กตาในคอลเลคชั่นของคริสต์มาสในหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในชุดของตุ๊กตาหมี ซึ่งได้ออกแบบชุดเครื่องแต่งกายของซานตาครอส เพื่อเอาใจคนที่ต้องการซื้อไปตกแต่งให้ตุ๊กตาหมีตัวโปรด หรือ คนไหนไม่ชอบชุดซานตาครอสมีชุดนางฟ้า ซึ่งอยู่ในคอลเลคชั่นของคริสต์มาสเช่นกัน
นอกจากนี้ ได้ออกแบบตุ๊กตากวางเรนเดียร์ ตุ๊กตาหิมะและตุ๊กตาตกแต่งต้นคริสต์มาสตัวเล็ก หรือถ้าชอบของที่มีฟังก์ชันการใช้งาน ทางลัสซีเนีย มีสินค้าในหมวดของแต่งบ้าน เช่น หมอนต้นคริสต์มาส หมอนรูปหัวใจ อื่นๆ ฯลฯ
นางชัชชฎา ตรีวิทยานุรักษ์ กก.ผจก. บ. ลัสซีเนีย จก.
นางชัชชฎา ตรีวิทยานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลัสซีเนีย จำกัด เล่าว่า สินค้าทั้งหมดทำมาจากผ้าทำตุ๊กตาโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตผ้าจากต่างประเทศนำผ้าในรูปแบบต่างๆ มานำเสนอ แต่ละปีผู้ผลิตจะมีผ้าทำตุ๊กตาใหม่ๆที่ได้รับความนิยมมาให้เลือก แต่ไม่ใช่ว่าผ้าทุกชนิดจะทำตุ๊กตาออกมาสวย ดังนั้น ผ้าที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศบางอย่าง เราก็ไม่ได้เลือกมาใช้ เนื่องจากสินค้าของเราเน้นดีไซน์ความสวยงาม ผ้าที่นำมาใช้เหมาะสมกับแบบด้วย
เครื่องแต่งกายตุ๊กตาหมี Be Mind Bear
สินค้าของบริษัทจะมีอยู่ด้วยกัน 4 แบรนด์ แบ่งออกตามประเภทของสินค้า สินค้ากลุ่มแรกแบรนด์ชื่อเดียวกับบริษัท คือ Luscinia ตุ๊กตาในรูปแบบต่างๆ แบรนด์ที่สอง BE MINE BEAR กลุ่มของเสื้อผ้า และของตกแต่งตุ๊กตาหมี สินค้าในกลุ่มนี้ในช่วงระยะหลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะทำให้ลูกค้าได้มีกิจกรรม และได้ออกแบบตกแต่งตุ๊กตาด้วยตัวเอง เพื่อมอบให้กับคนสำคัญในโอกาสต่างๆ ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มนี้มียอดขายสูงสุดในช่วงที่ผ่านมา ส่วนสินค้ากลุ่มที่ 3 แบรนด์ CODEC ของตกแต่งบ้านที่ทำจากผ้า เพิ่มสินค้าในกลุ่มนี้มาเพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปทำให้การตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค ต้องมีประโยชน์ใช้สอยเข้ามาร่วมด้วย ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
และล่าสุดได้ออกแบรนด์ใหม่ เซ็ทดนตรีเป็นการนำลายกราฟฟิกของตัวโน้ตดนตรี มาเป็นแบบบนสินค้า ทั้งตุ๊กตา ของแต่งบ้าน และของใช้ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี เพราะคนสนใจเรื่องของดนตรีกันมาก ทำให้อะไรที่เกี่ยวกับดนตรีก็จะเป็นที่ต้องการและได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ที่มาของสินค้าในเซ็ทดนตรี มาจากลูกสาวรักและชื่นชอบการเล่นดนตรี และอะไรที่เกี่ยวกับดนตรีเขาก็จะชอบหมด และครั้งหนึ่งได้ไปต่างประเทศ เห็นสินค้าตัวหนึ่งเป็นรูปตัวโน้ตดนตรีชื่นชอบมาก และซื้อกลับมา ก็เลยเป็นไอเดียให้เราคิดทำเซ็ทดนตรีขึ้นมา เพราะคิดว่าคงจะมีใครหลายคนชื่นชอบดนตรีเหมือนลูกสาว
“สำหรับในช่วงเทศกาลมีสินค้าออกมารองรับความต้องการของลูกค้าในแต่ละเทศกาล โดยสินค้าของเราจะแตกต่างจากสินค้าทั่วไป เพราะเน้นขายงานคุณภาพ และดีไซน์ที่แปลกใหม่ ซึ่งจะมีทีมงานที่คอยดูแลและดีไซน์แบบใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากปัจจุบันการแข่งขันสูง มีคนทำงานตุ๊กตาเหมือนกับเราเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการลอกเลียนแบบกันได้ง่าย ดังนั้น เราใช้วิธีการดีไซน์แบบใหม่ออกมาจำนวนมาก เพื่อให้เขาลอกเลียนแบบไม่ทัน แต่สาเหตุสำคัญที่ทำให้สินค้าของเรายังขายได้ดี เพราะเราเน้นทำงานคุณภาพควบคู่ไปด้วย ”
ส่วนช่องทางการจัดจำหน่าย มีทั้งขายในประเทศ และส่งออกไปขายต่างประเทศ เดิมส่งออกประมาณ 70% แต่เนื่องจากผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสินค้าจากจีนเข้ามาตีตลาด ทำให้ต้องหันมาทำตลาดในประเทศเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันขายในประเทศและส่งออกในสัดส่วนพอๆกัน ประเทศที่ส่งสินค้าไปขายได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย ฯลฯ
“ การทำตลาดต่างประเทศ เราจะไม่รับออร์เดอร์จากลูกค้ารายเดียวที่สั่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสินค้าของเราบางส่วนจะเป็นงานทำมือ และมีกำลังการผลิตไม่มากนัก และ ถ้าเรารับ ลูกค้ารายที่ออร์เดอร์เข้ามาเป็นจำนวนมาก เราก็จะไม่สามารถรับลูกค้ารายอื่นๆ ได้ และถ้าต่อไปลูกค้ารายนี้ เลิกสั่งเราก็จะไม่มีออร์เดอร์เลย ดังนั้น จะเลือกรับลูกค้าหลายราย แต่เลือกรายที่มีออร์เดอร์เข้ามาสม่ำเสมอดีกว่า ตลาดต่างประเทศจะมีทั้งสั่งทำตามแบบ และเลือกแบบที่เรามีอยู่”